หลายคนคงจะสงสัยว่าทั้งสามมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง
แต่ถ้าคนไหนเป็นแฟนพันธ์แท้ของแพนด้าน้อยหลินปิง (ซึ่งตอนนี้คงไม่ใช่ตัวน้อยๆแล้ว) คงจะจำกันได้ว่า น้องปลายฟ้านี่แหละครับคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากการตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าหลินปิง
เงินรางวัลที่น้องเขาได้ไปก็มีทั้งเงินสดและก็รถยนต์ ซึ่งตอนนั้นก็ถือเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งกันเลยทีเดียว
จากวันนั้นถึงวันนี้ รถยนต์ที่ได้ถูกนำไปขาย รวมกับเงินล้านที่ได้ไป ก็นำไปใช้จ่ายส่วนตัว และเหลือเป็นทุนการศึกษาให้น้องปลายฟ้าเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท (ตามข่าวนะครับ)
และแล้ว... ตัวละครสำคัญก็โผล่มาครับ นั่นคือกรมสรรพากร ซึ่งได้ส่งจดหมายแจ้งการค้างชำระภาษีเงินได้ของน้องปลายฟ้า เมื่อรวมกับเบี้ยปรับเงินเพิ่มที่ค้างมานานก็รวมกันไปเป็นเงินราว 270,000 บาท เล่นเอาครอบครัวน้องเขามึนตึ้บไปเลย
ถามว่าสรรพากรกลั่นแกล้งรึเปล่า? โดนแก๊งค์ต้มตุ๋นหลอกรึเปล่า?
เปล่าเลยครับ เรื่องนี้เป็นความจริง ทางสรรพากรยืนยันได้ น้องปลายฟ้าต้องจ่ายครับ ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีคำว่ากลั่นแกล้งครับ แถมบอกว่าผ่อนได้เดือนละ 500 อีกต่างหาก
เซ็งเป็ดครับงานนี้
....
ที่ยกเรื่องนี้ก็เพื่อจะแบ่งปันให้ทุกคนรู้ว่า "มันไม่สำคัญหรอกครับว่าจะมีเงินเท่าไหร่... สิ่งสำคัญคือคุณมีความรู้เรื่องการเงินมากน้อยแค่ไหนต่างหาก"
จะว่าไปเรื่องน้องปลายฟ้านี่ยังเด็กๆนะครับ ข่าวในอดีตเยอะแยะครับที่ถูกหวย ถูกล็อตเตอรี่เป็นสิบล้าน ร้อยล้าน แต่สุดท้ายภายในระยะเวลาไม่นานก็หมดตัว แถมเป็นหนี้ จนยิ่งกว่าเก่าก่อนที่จะถูกหวยซะอีก
เพราะฉะนั้นความรู้ทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เราต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับผู้โชคดีเหล่านั้น
สุดท้ายนี้ ผมจำไม่ได้ว่าใครเคยเป็นคนพูดไว้ว่า
"โลกนี้มีเรื่องแน่นอนอยู่สองอย่าง นั่นคือความตายกับภาษี"
ใครจำได้ว่าใครพูดก็บอกกันบ้างนะครับ :)
No comments:
Post a Comment