Tuesday, January 4, 2011

20 เคล็ดลับการลงทุน (ตอนที่ 2/4)

6. ซื้อถูก ขายแพง : หลักการก็คือเมื่อหุ้นสูงปรับตัวสูงขึ้นทะลุฟ้าย่อมเป็นเวลาสำหรับการพิจารณาเพื่อขายหุ้น และเมื่อหุ้นปรับตัวลดลงราวกับว่ากำลังจะตกสู่ก้นเหว ย่อมเป็นเวลาสำหรับการพิจารณาซื้อหุ้นเพิ่ม อย่าหาความกลัวและความโลภมามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของเรา และสิ่งที่จะต้องจำไว้ให้ดีก็คือประโยคที่ว่า "จงกลัวในขณะที่คนอื่นกล้า และจงกล้าในขณะที่คนอื่นกลัว" (วอร์เร็น บั๊ฟเฝ็ต)

7. อย่ายึดติดกับราคาหุ้น : นักลงทุนหลายต่อหลายคนที่ยึดติดอยู่กับราคาต้นทุนของหุ้นที่ตัวเองซื้อมา จนละเลยความจริงข้อหนึ่งที่ว่าราคาหุ้นจะวิ่งตามมูลค่าซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสเงินสดที่จะไหลเข้าสู่ธุรกิจเบื้องหลังหุ้นนั้นๆในอนาคต การยึดติดกับราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เราไม่ได้มองถึงมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นนั้น และอาจตัดสินใจซื้อหรือขายผิดพลาดอย่างร้ายแรงได้ ดังนั้นเราจึงพิจารณาและติดตามผลประกอบการของธุรกิจ อันเป็นตัวสร้างมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นจะดีกว่า

8. บริหารเก่งไม่สู้ธุรกิจดี : คุณสามารถเป็นนักขับรถฝีมือยอดเยี่ยม แต่ถ้ารถของคุณมีแรงม้าแค่ครึ่งเดียวของคู่แข่ง คุณก็แพ้เอาง่ายๆเหมือนกัน เช่นเดียวกันกับธุรกิจ แม้จะมีทีมบริหารที่มีฝีมือยอดเยี่ยม แต่กลุ่มคนเหล่านั้นอาจไม่สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้หากมาบริหารธุรกิจที่ไม่มีอนาคต นอกจากนั้น การบริหารเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริหารบางคนอาจเปลี่ยนงาน หรือลาออก หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างฉับพลันได้ทั้งนั้น แต่ธรรมชาติของธุรกิจนั้นๆเป็นสิ่งที่ค่อนข้างคงที่และใช้เวลานานในการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง เลือกลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจที่ดี มีอนาคต มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง แม้มีการบริหารงานที่ธรรมดาๆ ดีกว่าลงทุนในบริษัทที่มีทีมผู้บริหารชั้นยอดในธุรกิจที่ไม่มีความได้เปรียบอะไรเหนือคนอื่นเลย

9. ระวังงูพิษ : งูพิษในที่นี้หมายถึงผู้บริหารที่ไว้ใจไม่ได้ การบริหารงานที่ไม่มีธรรมาภิบาลเพียงพอจะทำให้การลงทุนประสบกับความล้มเหลวได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจงหลีกเลี่ยงบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน เช่น บริษัทที่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า หรือบริษัทที่มีการจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้บริหารสูงเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงออกถึงความมีลับลมคมในในการเอาเปรียบผู้ถือหุ้น จงหนีให้ห่างงูพิษเหล่านี้ครับ

10. ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย : แม้ผลประกอบการที่ดีในอดีตจะไม่สามารถการันตีได้ว่าผลประกอบการในอนาคตจะดีตามไปด้วย แต่ผลงานที่ดีเหล่านั้นของบริษัทก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าวิธีการในการสร้างผลงานที่ดีจะยังคงอยู่ในกลยุทธ์ของบริษัทเสมอ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆในอดีต ย่อมจะยังคงใช้จุดแข็งของตนเองในการมองหาธุรกิจใหม่ๆต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน ดังนั้นจงมองหาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และน่าจะประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องด้วยจุดแข็งที่สั่งสมจากความสำเร็จในอดีตนั้นๆ

 

No comments:

Post a Comment