Wednesday, June 15, 2011

เช่าหรือซื้อดี?

หากดูตามจุดประสงค์ของ Thaidividend.com จะเห็นได้ว่าเราไม่ได้ต้องการที่จะพูดถึงเรื่องของหุ้นและเงินปันผลเพียงอย่างเดียว แต่เรามีความต้องการที่จะแบ่งปันความรู้ทางด้านการเงิน, การออม และการลงทุนในหลายๆด้าน ควบคู่ไปกับการลงทุนที่เน้นเงินปันผลจากหุ้นไปด้วย

การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกันที่เราอยากจะพูดถึง เพราะในสังคมปัจจุบัน มักจะมีเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ดังนั้นหากเราสามารถจัดสรรเงินได้อย่างชาญฉลาด รู้จักเก็บออม รู้จักนำกระแสเงินสดส่วนเกินมาลงทุน ก็จะไม่ทำให้เราต้องประสบปัญหาทางการเงินทั้งในปัจจุบันและอนาคต

Home

มาครั้งนี้ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของ "บ้าน" พูดตามตรงแล้วแทบทุกคนก็ฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตนเองกันทั้งนั้น แต่เราทุกคนก็ตระหนักดีว่าอสังหาริมทรัพย์อย่างบ้าน, ที่ดิน, คอนโดมิเนียมต่างๆเหล่านี้มักมีราคาที่ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายเงินซื้อบ้านด้วยเงินสดทั้งก้อนได้ในคราวเดียว จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องมีการกู้ยิมเงินจากธนาคารเพื่อมาซื้อบ้านในฝันของเรา

หากเปรียบเทียบกับการเช่าบ้านคนอื่นอยู่แล้วนั้น ผมเองเชื่อมาตลอดว่าการซื้อบ้านย่อมดีกว่าการเช่าบ้านคนอื่นอยู่ นั่นเพราะเมื่อคุณกู้เงินธนาคารมาซ์้อบ้าน ผ่อนแบงก์หมดเมื่อไหร่ กรรมสิทธิ์ในบ้านนั้นก็ตกเป็นของคุณเลย ในขณะที่การเช่า ต่อให้เช่านานแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นได้

ความที่ไม่เคยสงสัยจึงไม่เคยตั้งคำถาม จนเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปพบเจอวีดิโอในเวบไซต์ต่างประเทศแห่งหนึ่งที่ตั้งคำถามขึ้นมาว่า "ซื้อบ้านดีกว่าเช่าบ้านเสมอไปจริงๆหรือ?" ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมคลิกเข้าไปดู และทำให้ผมอยากที่แชร์สิ่งที่ได้รับรู้มาใหม่ให้ทุกๆคนที่อ่านเรื่องนี้อยู่ได้ลองพิจารณากันดูนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า นายอ๋ามีเงินเก็บอยู่ในธนาคารทั้งหมด 250,000 บาท นายอ๋ากำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อบ้านหรือเช่าบ้านดี โดยเจ้าของบ้านให้ทางเลือกนายอ๋าอยู่ 2 ทางเลือกคือเจ้าของบ้านให้เช่าบ้านในราคาเดือนละ 3,000 บาท แต่ถ้านายอ๋าจะซื้อ เจ้าของบ้านยินดีขายที่ราคา 1 ล้านบาท NET ไม่มีต่อรอง ไม่มีเงินเพิ่ม

ถ้านายอ๋าตัดสินใจเช่าบ้าน นายอ๋าจะต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาทหรือปีละ 36,000 บาท แต่เงินเก็บของนายอ๋าจะยังอยู่ครบที่ 250,000 บาท สมมตินายอ๋าเอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลได้ดอกเบี้ย 4% ต่อปี นายอ๋าจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมา 10,000 บาท คำนวณแล้วนายอ๋าจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับบ้านหลังนี้อย่างเดียวต่อปีที่ 36,000 - 10,000 = 26,000 บาท

ถ้านายอ๋าเลือกที่จะซื้อบ้านในราคา 1 ล้านบาท นายอ๋าจะเอาเงินเก็บทั้งหมด 250,000 บาทไปวางดาวน์บ้านหลังนี้ที่ธนาคาร จากนั้นก็กู้เงินจากธนาคารมาอีก 750,000 บาท กู้เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปีที่ประมาณ 6% (หักกลบลบโปรโมชั่นทั้งหลายแหล่แล้ว) ที่อัตราดอกเบี้ยนี้ นายอ๋าจะต้องจ่ายเงินงวดประมาณ 4,500 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 30 ปี นั่นหมายความว่านายอ๋าจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับบ้านหลังนี้อย่างเดียวต่อปีที่ 4,500 x 12 = 54,000 บาท

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่าการเช่าจะทำให้เงินสดไหลออกจากกระเป๋าของนายอ๋าน้อยกว่าการซื้อ แถมยังมีเงินก้อนเก็บไว้เผื่อหาดอกผลเพิ่มเติมได้อีกด้วย 

อย่างไรก็ตามการซื้อบ้านจะทำให้คุณมีความรู้สึกว่า สักวันหนึ่งบ้านนี้จะเป็นของคุณ อีกทั้งในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว หากมีใครต้องการซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากคุณ คุณก็สามารถที่จะขายได้ แถมตามสถิติแล้วราคาบ้านก็มักจะสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปีๆ

ครับ การที่คิดว่าราคาบ้านจะสูงขึ้นทุกๆปีนี่แหละที่ทำให้คนส่วนใหญ่ซื้อมากกว่าเช่าแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องก็คือจริงอยู่ราคาของอสังหาริมทรัพย์มักจะมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่มันไม่แน่เสมอไปที่ราคาบ้านจะมีราคาสูงขึ้นเสมอทุกๆปี เพราะถ้าหากคุณเผลอไปซื้อบ้านตอนที่เกิดสภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ฯ เมื่อฟองสบู่แตก คุณอาจจะต้องน้ำตาตกในที่เห็นราคาบ้านของตัวเองดำดิ่งสู่ก้นเหวแต่เงินงวดที่ต้องจ่ายให้ธนาคารยังเท่าเดิมก็เป็นได้

เรื่องสมมตินี้อาจนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำ เศรษฐกิจชะลอตัว และยังไม่เกิดฟองสบู่ในราคาอสังหาริมทรัพย์ การซื้อบ้านน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว แต่ในช่วงที่ฟองสบู่เบ่งบานเต็มที่ ดอกเบี้ยสูงแต่ราคาบ้านและที่ดินก็สูงแข่งกับดอกเบี้ย การหลบความร้อนแรงแล้วออกมาเช่าบ้านอยู่ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในจังหวะนั้น

คำถามคือจะมีสักกี่คนที่วิเคราะห์เหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างแม่นยำล่ะครับ?

ขอให้ทุกท่านได้พบกับบ้านในฝันโดยเร็วนะครับ

 

Click "Like" & share my page on FB at ---> http://www.facebook.com/pages/Thai-Dividend/166761113341304?v=wall

or Follow me on Twitter at ---> http://twitter.com/ThaiDividend

 

No comments:

Post a Comment